คุณสมบัติ Aerogel :
ด้วยโครงสร้างที่มีอากาศเป็นส่วนประกอบถึง 95-99% ทำให้ Aerogel มีน้ำหนักเบากว่าวัสดุก่อสร้างทั่วไปอย่างมหาศาล ช่วยลดภาระโครงสร้างอาคารได้อย่างดีเยี่ยม
(เบากว่าน้ำ ประมาณ 1,000 เท่า)
โครงสร้างภายในมีการเชื่อมต่อกันเป็นร่างแหที่โปร่งบางมาก ทำให้ความร้อนไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ง่าย (ค่าการนำความร้อนต่ำมาก) โดยทั่วไปสามารถลดอุณหภูมิได้ 3-15 °C ขึ้นอยู่กับความหนาและปริมาณสัดส่วนของแอโรเจลที่ผสม
(กันความร้อนได้ดีกว่าฉนวนใยแก้วทั่วไป 2-4 เท่า)
ด้วยคุณสมบัติไม่ชอบน้ำ (Hydrophobic) ของโครงสร้างระดับนาโน มีมุมสัมผัสของหยดน้ำ (Contact Angle) มากกว่า 150 องศา ทำให้วัสดุไม่ดูดซับความชื้นในอากาศ หมดกังวลเรื่องการสะสมของน้ำขังภายในวัสดุ ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของการเกิดเชื้อรา แบคทีเรีย และการเสื่อมสภาพของโครงสร้างอาคารในระยะยาว
ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานในอาคารตลอดอายุการใช้งาน (Operational Carbon) ไม่มีสารพิษระเหยง่าย (Zero VOCs) เป็นไปตามมาตรฐานอาคารเขียว (LEED & TREES)
โครงสร้างรูพรุนขนาดนาโนเมตร (Nanoporous) ช่วยชะลอและกักเก็บคลื่นเสียง ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์การลดเสียง (NRC) สูง ช่วยลดมลภาวะทางเสียงจากภายนอกอาคารได้อย่างมีนัยสำคัญ
เปิดรับแสงธรรมชาติ (Daylight) ให้เข้าสู่อาคารได้โดยไม่นำพาความร้อนเข้ามา ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าส่องสว่างและสร้างสุนทรียภาพในงานออกแบบเปิดโล่ง
ทนทานต่ออุณหภูมิสูงและมีคุณสมบัติไม่ลามไฟ เพิ่มความปลอดภัยระดับสูงสุดให้กับโครงสร้างอาคารและผู้อยู่อาศัย
อย่างไรก็ตาม แอโรเจลยังมีข้อจำกัดในเรื่องความเปราะบาง จำเป็นต้องใช้ร่วมกับวัสดุอื่น เพื่อเป็นตัวประสาน หรือช่วยเสริมแรง เช่นการผสมกับซีเมนต์ เพื่อเป็นซีเมนต์เบา ใช้ฉาบหรือพ่นกับผนัง ช่วยลดอุณหภูมิและไม่สะสมความชื้น หรือการผสมไฟเบอร์กลาสเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรง เป็นต้น